เมื่อเวลา 20.06 น.วันที่ 8 มีนาคม 2568 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีบุคคลถูกอาวุธปืนยิง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านหนองตาสน ม.1 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาพ.ต.อ.อรรถพล อิทธโยภาสกุล ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ รับทราบ พร้อมด้วยพ.ต.ท.พัฒนพงษ์ แสนขวา รองผกก.ป.สภ.ห้วยใหญ่ ร.ต.อ.ธิติวุฒิ ทำลา รอง สว.สส.สภ.ห้วยใหญ่ รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบนำกำลังไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ เป็นอู่ซ่อมตกแต่งรถยนต์ พบเพียงคราบเลือด ไหลเป็นทางอยู่ที่บ้านพักของญาติผู้บาดเจ็บด้านข้างอู่ ยังพบกลุ่มญาติของผู้บาดเจ็บ ทั้งเด็กและคนชรา อยู่ในอาการแตกตื่นตกใจกับเหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้น ส่วนผู้บาดเจ็บได้ให้ลูกน้องพาขึ้นรถไปขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมตำรวจโป่ง โดยผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ นายเอกพงษ์ อายุ 37 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่ขาขวา ช่วงน่อง 1 นัด ข้อเท้า 1 นัด รวม 2 นัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
สอบถาม นายศศิวัฒน์ น้องผู้ได้รับบาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บมีปัญหากับนายเต้ย คู่กรณี และได้ชกต่อยกันไปก่อนหน้า แต่นายเต้ยสู้ไม่ได้ ผู้ก่อเหตุอ้างว่า ขอนัดเคลียร์ใจ ให้มาเจอที่อู่ของน้องชายนายเอกพงษ์ แต่เมื่อมาถึง ก็ไม่ได้มีการเจรจาด้วยดีแต่อย่างใด นายเต้ยชกนายเอกพงษ์ ก่อนจะกลุ่มเพื่อน ทราบชื่อคือ นายอาร์ม นายโอ และนายเอี๊ยด เป็นคนชักอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่ห้ามทุกคนขยับ หากใครขยับจะยิงทุกคน พี่ชายวิ่งหนีตายเข้าไปในบ้าน ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะวิ่งไล่ตามไปยิงพี่ชายจนได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ. ห้วยใหญ่กำลังลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุในทันที ตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งสามารถบันทึกภาพวินาทีเกิดเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมากันประมาณแปดคน โดยนายเต้ย เดินปรี่เข้ามาต่อย ผู้บาดเจ็บ ก่อนที่เพื่อนในกลุ่มจะชักปืนขึ้นมาถึง 3 กระบอกวิ่งไล่ ผู้บาดเจ็บไปด้านหลังบ้านก่อนจะได้ยินเสียงขึ้น (แต่ไม่ชัดเจนว่ากี่นัด) ไม่นาน ผู้ก่อเหตุก็พากัน วิ่งย้อนกลับขึ้นรถยนต์เก๋ง และพากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
เบื้องต้น ร.ต.ท.พลสรรค์ ขันชะลี รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิด ในบริเวณที่เกิดเหตุและตลอดเส้นทางการหลบหนี ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน รู้ตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามตัว มาดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป